[OS] Eau de Parfum | KRIS x CHANYEOL

Eau de Parfum
Kris x Chanyeol
Theme Song : น้ำหอม - Potato
wineblood



“งั้นกูไปมหาลัยก่อนนะ”

“เอ้อๆ”

ผมบอกลาเพื่อนสนิท ก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากร้านกาแฟ

แปะ

หยดน้ำฝนหยดเล็กตกลงมาบนแขนของผม ขณะที่ผมกำลังจะเดินไปขึ้นรถเมล์
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วย เมฆสีเข้มมากมายปกคลุมไปทั่วโซล

... ท่าทางจะตกหนัก


แปะ แปะ แปะ

หลังจากความคิดได้ไม่ถึงห้าวิ ฝนก็เริ่มตกปรอยๆ ผมจึงรีบเดินกลับเข้าไปในร้านกาแฟดังเดิม

...

กริ๊ง กริ๊ง

“อ้าว กลับมาทำไมวะ? ลืมของเหรอ?” จงแดเอ่ยถาม เมื่อผมเดินกลับเข้ามาในร้านอีกครั้ง
และนั่งลงที่โต๊ะตัวเดิม ข้างหน้าต่าง หันหลังให้ประตูร้าน

“ฝนตกน่ะ”

ซ่า

และทันทีที่ผมพูดจบ น้ำฝนปริมาณมากมายก็ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
บรรยากาศภายนอกร้าน ไม่เห็นอะไรเลย นอกจากสายฝน

“อื้ม สงสัยพายุกำลังเข้า ดูข่าวเมื่อเช้า ... แล้วจะกินอะไรอีกไหม”

“ไม่ว่ะ”

“อื้ม”


กริ๊ง กริ๊ง

“อ๋า เปียกหมดเลย แบคฮยอนดูดิๆ”

“ดีแล้วมึงที่งานไม่เปียก”

“สวัสดีครับ เชิญครับ”


เสียงกระดิ่งของร้านดังขึ้นเมื่อมีลูกค้าเปิดประตูเข้ามา
พร้อมกับเสียงต้อนรับของจงแด

ผู้ชายสองคนเดินผ่านโต๊ะของผมไป
คนแรกเป็นคนตัวเล็กๆ ที่เปียกฝนเพียงแค่ไหล่ขวาเท่านั้น เดินกอดของไว้เต็มหน้าอก
ส่วนอีกคน .... หอม ... หอมมากๆ กลิ่นเหมือน อยู่ในทุ่งดอกไม้
เขาเป็นผู้ชายตัวสูงๆ อาจจะสูงเกือบเท่าผมเลยก็ได้ เปียกฝนไปทั้งตัว

พวกเขาสองคนนั่งโต๊ะถัดจากผมที่เป็นโต๊ะติดกระจก
คนตัวเล็กนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ตรงข้ามกับผม แต่คนตัวสูง นั่งตำแหน่งเดียวกันกับผม

“รับอะไรดีครับ” จงแดเดินออกมาจากเคาเตอร์ เพื่อมารับออเดอร์ของลูกค้า

“เอ่อออ ผมขอโกโก้ร้อนละกันครับ” คนตัวเล็กสั่ง

“อ่าาาาาาาาาาาาาา ชามะนาวร้อนฮะ แล้วก็ ชีสเค้กด้วยฮะ”

“ครับ สักครู่นะครับ”


“มีงานไหนเปียกปะ” คนตัวสูงเอ่ยถามเพื่อนตัวเล็ก ที่กำลังจัดระเบียบกับงานที่หอบหนีฝนมา

“ไม่มีๆ ก็มึงเล่น บังกูทั้งตัวขนาดนั้น เปียกก็แปลกละ”

“ไม่ได้หรอกมึง งานเปียก ทำใหม่หมด เดี๋ยวไม่ทันพอดี”

“เออ แล้วนี่โทรบอก จงอินยัง เราไปช้าแม่งบ่นอีก”

“เดี๋ยวกูโทรบอกเอง”

ในระหว่างนั้น เครื่องดื่มและเค้ก ก็ถูกนำมาเสิร์ฟ พอดี

ผมไม่ได้สนใจอะไรกับผู้ชายสองคนนั้นอีก
แต่แปลก... แปลกที่กลิ่นน้ำหอมนี่ยังไม่จางไปเสียที
เหมือนผมนั่งอยู่ในทุ่งดอกไม้ตลอดเวลา
ให้ตายเหอะ นี่ใช้น้ำหอมอะไรกัน...

ไม่ได้ฉุนหรอกนะครับแต่หอมมากๆ ต่างหาก
ผมชักจะชอบแล้วซิ “น้ำหอม” เนี่ย

ผมฆ่าเวลาด้วยการขอหนังสือจากจงแดมาอ่าน พร้อมใส่อินเอียร์ที่เสียบอยู่กับไอพอดเครื่องโปรด
กดแรนดอมเพลงไปพร้อมๆ กับการอ่านหนังสือ ...
ผมชอบอ่านหนังสือไปด้วยฟังเพลงไปด้วยมันทำให้ผมมีสมาธิมากกว่าฟังเสียงรอบข้าง...

และท่าทางผมคงไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยง่ายๆ แน่ๆ ฝนเล่นเทมาไม่รู้จบแบบนี้...

.
.
.

ครืด ครืด
~ Call you my own, and can I call you my lover Call you my one and only girl ~

“อื้อ ว่าไง”
[…]
“กูอยู่ร้านพี่ไอ้จงแด”
[…]
“อื้อ เดี๋ยวออกไปละ ฝนมันตกปรอยๆ ไม่หนักแล้ว”
[…]
“ออกมาซื้อเองไม่ได้หรือไง”
[…]
“เออๆ เดี๋ยวกูซื้อไปให้ .. เออๆ แค่นี้”

หลังจากนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลา ก็หลายชม. ทีเดียวกว่าฝนจะซา
ผู้ชายสองคนโต๊ะข้างหน้าผม ก็ยังไม่ลุกไปไหน
และแน่นอน กลิ่นดอกไม้ก็ยังคงอยู่

อ่า ... ถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้ว แม้จะเสียดายเล็กๆ
ที่ไม่เห็นแม้กระทั่งหน้าตา หรือรู้จักชื่อของเจ้าของกลิ่นดอกไม้หอมๆ ก็ตามที

“จงแด กูไปแล้วนะ”

“เออๆ ประมาณทุ่มนึงกูถึงไปนะ พี่กูเพิ่งโทรมาบอกว่าตอนฝนตก ทางนู้นเหมือนพายุเข้าหนัก อาจกลับมาช้าหน่อย”

“อื้อๆ”

ผมเดินมารอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ไม่ไกลจากร้านกาแฟมากนัก
ก่อนเข้าคณะ ผมต้องซื้อของให้ลู่หาน ก่อนซินะ ... เกือบลืมแล้วไง
ไม่งั้นมันด่ายันโคตรแน่ๆ ...

.
.
.

มึงซื้อหรือเปล่าคริสพอเดินมาถึงใต้คณะ ที่คลาคล่ำ ไปด้วยนักศึกษาที่มาจัดซุ้ม
เตรียมงานของคณะ ลู่หานก็ถามหาของที่มันฝากซื้อทันที

“ซื้อมาเว้ย เอ่านี่” ผมยื่นถุงขวดสีมากมายไปให้มัน

“ขอบพระคุณอย่างสูงครับเพื่อน หึหึ” ลู่หานรีบคว้าเอาถุงสีไป และหันไปสนใจงานตรงหน้ามันต่อ

“เฮ้ยๆ จ่ายเงินด้วยไม่ได้ซื้อให้ฟรี”

“งกว่ะแม่ง บ้านรวยซะเปล่า โถ่วววว” มันบ่นๆ แต่ก็หยิบกระเป๋าเงินขึ้นมานับๆ แบงค์
ก่อนจะยื่นเงินให้ผม

“ไอ้หาน สีที่มึงอยากได้นี่ มันไม่ได้ถูกนะครับ”

“พูดมากว่ะมึง ไปช่วยมินซอกเลื่อยไม้เลย”  

- - ใครกันแน่พูดมาก ห่า”

“อ่าว พี่คริส สวัสดีครับ” ผมที่กำลังจะเดินไปช่วยมินซอกเลื่อยไม้ ก็เจอกับเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนละคณะ
ที่มีสถานะเป็นแฟนลู่หาน

“หื้อ อ้าว เซฮุนหวัดดีๆ โดนไอ้หานมันลากมาเหรอ”

J” น้องเขาทำได้แค่เพียงยิ้ม แล้วเดินไปหาไอ้หานที่นั่งยักคิ้วให้ผม

“ไม่มีปากมีเสียงกับเขาเลย เออ ดีๆ เป็นสามีที่ดี ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ”

“เชี่ยคริส กูบอกให้มึงไปช่วยมินซอกเลื่อยไม้”

“เออๆ กูไปแล้วเนี่ย ห่า”

ผมขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับลู่หาน เลยต้องรีบๆ ก้าวยาวๆ เพื่อไปหามินซอก ที่อยู่ในซุ้มกับคนอื่นๆ
ที่กำลังเลื่อยไม้เพื่อเป็นพร็อพ ในการแต่งซุ้ม

“มินซอก มีอะไรให้กูช่วยปะ”

“ตอนนี้ยัง มึงไปช่วย ยงกุก กับยูริ ตรงนู้นไป เหมือนแม่งยุ่ง”

“เค ... เออ จงแดบอกมันจะมาช้านะ”

“อื้อ”

ผมเดินมาช่วยงานยงกุกกับยูริ  ที่อยู่อีกซุ้มนึง และมันก็ยุ่งจริงๆ ครับ
หน้านิ่ว คิ้วขมวดเป็นปมเลย ...

“มีอะไรใช้ช่วยปะมึง”

“มาก็ดีละคริส แกเอานี่ไปจัดการ ... แล้วจงแดล่ะ” ยูริเงยหน้าขึ้นมามองผม พร้อมยื่นกระดาษ กรรไกร
มาให้ผม ซึ่งผมก็รับมาอย่าง งงๆ

“มันบอกมาช้า พี่มันติดพายุ ไม่มีใครเฝ้าร้าน”

“งั้นเหรอ ... เออออออ งั้นยุนอา ไปช่วยคริสตัดดิ๊”

ผมหันไปมองหน้ายุนอาที่เลิกคิ้วมอง แล้วยุนอาก็เรียกผมไปนั่งข้างๆ
เพื่อจะได้จัดการกับงานที่ยูริมอบหมาย

.
.
.

ผมช่วยเพื่อนจัดซุ้ม ซึ่งกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ เวลาก็เดินไปจนเกือบเที่ยงคืน
ผมถึงได้กลับไปพักผ่อน เพราะซุ้มจำเป็นที่จะต้องเสร็จภายในวันนี้
เนื่องจากวันรุ่งขึ้น ก็จะเป็นงานคณะแล้ว

...

หลังผมกลับจากมหาลัย ผมก็รีบอาบน้ำ สระผม และจะได้รีบเข้านอน
เพราะผมรู้สึกว่าจะใช้พลังงานเยอะไปสักหน่อย อยากพักผ่อนเอาเสียมากๆ

หลังจากที่ชำระล้างร่างกาย และแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
ผมก็มานั่งเช็ดผมอยู่ที่ปลายเตียง พร้อมกับเปิด โทรทัศน์ไปด้วย 


... สถานที่ ที่ให้คุณสัมผัสกับธรรมชาติ ทุ่งดอกไม้นานาชนิด ...


หืม.. ทุ่งดอกไม้งั้นเหรอ ...
กลิ่นดอกไม้ ...
อ่า ... ผมทำงานที่คณะหนัก จนเกือบลืมไปแล้ว ...

ผู้ชายที่มาพร้อมกับกลิ่นดอกไม้
ยิ่งนึกถึง ยิ่งทำให้ผมยิ้มตาม
มันอาจเป็นเรื่องที่บ้าเอามากๆ แต่ผมว่า มันทำให้ผมรู้สึกดี ผ่อนคลายได้นะ
ถึงจะรู้สึกเสียดาย ที่ไม่รู้อะไรเลย นอกจากกลิ่นดอกไม้หอมๆ จากตัวเขา
แต่ผมกลับรู้สึกว่า มันกลายเป็นเรื่องราวดีๆ อย่างหนึ่งในชีวิตผม

ผมนั่งนึกถึงเรื่องเมื่อตอนบ่ายไปเรื่อยๆ จนเช็ดผมจนแห้งสนิท
ผมก็ปิดทีวี ตากผ้าเช็ดผม และเตรียมตัวนอน
ซึ่งก่อนจะหลับตา ผมยังคงนึกถึงเขา กับกลิ่นเฉพาะตัวของเขา...

.
.
.

~ Call you my own, and can I call you my lover Call you my one and only girl ~

[ไอ้เชี่ยเครสสสสสส]

“อะไรของมึง แล้วนี่ทำไมยังไม่มาอีก”

[กูง่วงมาก เมื่อวานต้องช่วยเซฮุนทำงานต่ออีก มึงเฝ้าซุ้มตอนเช้าไปนะ เดี๋ยวตอนเที่ยงกูไปเปลี่ยนเวรให้]

“เออๆ แล้วใครเฝ้ากับกู”

[ฮิมชาน กูโทรบอกมันแล้วล่ะ]

“เออๆ โอเค แต่เฮ้ย แล้วใครเฝ้าซุ้มนั้น”

[ยงกุก มินซอก อี้ชิง]

“สามคนไหวเหรอ”

[มันบอกไหว เพราะมันจะไปลากน้องจุนฮงมาเฝ้าด้วย]

“อืมๆ โอเค”

[แต้งกริ้วววว มากเพื่อนเลิฟฟฟฟ บัยส์]*

ผมเดินมาถึงคณะ คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ มีแต่คนในคณะทั้งนั้น เพราะตอนนี้เพิ่งหกโมงครึ่งครับ 
ยังไม่ถึงเวลาทำการ ฮ่า ๆ

สาขาผมมีทั้งหมดสามซุ้มครับ จะมีซุ้มของกิน(อันนี้หาเงินเข้าสาขา) ซุ้มความรู้เกี่ยวกับวิชาเรียนต่างๆ
และซุ้มสุดท้ายจะเป็นซุ้มเกมครับ

แล้วซุ้มที่ผมทำอยู่เป็นซุ้มให้ความรู้ครับ 

...

“คิดว่าสองคนไหวนะมึงซุ้มเราอ่ะ” ฮิมชานที่นั่งอยู่กับยูริ ถามผมเมื่อผมเดินมาถึงซุ้ม

“ไหวแหละ กูว่าที่ไม่น่าไหว น่าจะเป็นซุ้มของกิน กับเกม มากกว่า เพราะคนน่าจะเข้าเยอะกว่า”

“พวกนั้นเรียกปีหนึ่ง ปีสองมาช่วยเสริม น่าจะไหวว่ะ”

“งี้นี่เอง รู้งี้กูน่าจะเรียกจือเทามามั่ง”

“ฮ่าๆ มึงพลาดละ”

.
.
.

หลังจากที่ผมทำงานจนถึงเวลาเปลี่ยนเวรเฝ้าซุ้ม ลู่หานกับเซฮุนก็มาถึงพอดี

“ไงฮิมชาน” ลู่หานทักฮิมชานที่กำลังเดินออกจากซุ้มเพื่อไปพัก

“เอ้อ ไง”


“ไงเครสสสส เพื่อนเลิฟ ขอบใจมากนะมึง กูพาน้องเซฮุนมาช่วยกูด้วย มึงไปพักได้ละ”

“เออๆ แล้วพวกมึงกินข้าวมาแล้ว?”

“เรียบร้อย”

“งั้นเจอตอนเลิกงานเลยนะมึง”

“เออๆ เที่ยวให้สนุก เที่ยวเผื่อด้วย”

“อืม”

ผมเดินออกมาจากคณะ เพื่อจะหาอะไรกิน ก่อนเข้าไปเดินในงานอีกที

ผลั่ก

“โอ๊ะ”

“.. เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณ”

“อ่า ไม่ฮะๆ แต่ อ๋าาาาาาา ของกระจายไปหมดเลย”

“เดี๋ยวผมช่วยเก็บครับ”

“อ่า ขอบคุณมาก ครับ”

... กลิ่นหอมดอกไม้นี่อีกแล้ว หรือว่า...
ผมรีบหันไปมองคนที่ก้มหน้าก้มตาเก็บกล่องกระดาษสี่เหลี่ยม ที่อยู่ไม่ไกลจากผมมากนัก
เขาเป็นผู้ชายตัวบางๆ หน้าหวาน แก้มป่องๆ ปากเล็กๆ และที่สำคัญ สูงมาก

ผมได้แต่หวังว่าให้เป็นเขาคนนั้นนะ
เพราะผมไม่เคยได้กลิ่นดอกไม้แบบนี้ ที่ไหนอีก มีเพียงแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว...

“นี่ครับ”

“อ่า ขอบคุณมากๆ เลยนะฮะ”

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ผมต้องรับผิดชอบอยู่แล้วเพราะผมชนคุณ”

“ไม่ได้หรอกฮะ คุณช่วยผมเก็บนี่หน่า ... งั้นถือว่าเจ๊ากัน ละกันเนอะ”

“อ่า ครับ ... ว่าแต่คุณจะถือของพวกนี้ไปไหนครับให้ผมช่วยไหม ผมว่ามันเยอะไป เดี๋ยวคุณจะไปสะดุดอะไรล้มอีก”

“อ่าาาาาาาา เอางั้นก็ได้ฮะ ... ผมจะถือไปคณะศิลปกรรม แต่แน่ใจนะว่าจะช่วยผมถือจริงๆ” 
เขาขมวดคิ้ว ปากยื่นนิดๆ มองหน้าผม เหมือนไม่ค่อยมั่นใจในสิ่งที่ผมพูด

แต่ตอนนี้ ผมบอกได้อย่างเดียวว่า ... โคตรน่ารักเลยครับ


“แน่ซิครับ”

“อ่า งั้นก็ได้ฮะ” เขาชั่งใจสักครู่ ก่อนจะยื่นลังใหญ่ ให้ผมถือสามลัง

“คุณชื่ออะไรอ่า ผมจะได้เรียกถูก ส่วนผม ปาร์ค ชานยอล” ระหว่างที่เดินไปคณะศิลปกรรม เขาก็ชวนผมคุย

“ผมชื่ออู๋อี้ฟาน เรียกคริสก็ได้ครับ”

“เห๊ คนจีนเหรอฮะ นึกว่าลูกครึ่งอะไรแบบนี้ซะอีก”

“ฮ่าๆ อาจเป็นเพราะสีผมมั้งครับ ที่จริงสีผมของผมเป็นสีดำน่ะ”

“อย่างงี้นี่เอง คิคิ แล้วคริสเรียนคณะอะไรนิเทศศาสตร์เหรอ?”

“อ่า ใช่ แล้วชานยอลค่ะ คงศิลปกรรมใช่ไหม”

“ใช่แล้ว อาทิตย์หน้ามีงานที่คณะด้วย ถ้าว่างๆ มาเที่ยวได้นะ”

“ได้ครับ แล้วนี่ชานยอลเดินงานคณะนิเทศศาสตร์หรือยัง”

“ยังเลยอ่ะ ว่าจะเอาของไปเก็บที่คณะก่อน แล้วจะไปเดินกับเพื่อน”

“ให้ผมพาเดินไหม?”

“ง่า เกรงใจ”

“ไม่ต้องเกรงใจดิ ผมเต็มใจ ฮ่า ๆ”

“ใจดีเกินละ”

“หึหึ”


“ชานยอลลลลลลลลลลล”

“โอ้วววววววววววววววว”

เพื่อนตัวเล็กของชานยอลที่ผมจำชื่อไม่ได้ เรียกชื่อคนหน้าหวานเสียงดัง อีกทั้งยังวิ่งมาหาชานยอลที่ตอนนี้เดินถึงหน้าคณะศิลปกรรมพอดี

ตลอดทางที่ผมเดินมากับชานยอล ผมบอกได้เลยว่า ยิ่งใกล้กับตัวเขามากเท่าไหร่
ความหอมยิ่งประทุขึ้นเท่านั้น ยิ่งใกล้ยิ่งหอม จนผมอยากที่จะลองหอมแก้มเขาสักที จริงๆ ...

“ใครอ่ะ” คนตัวเล็ก ถามชานยอล แต่ตามองมาที่ผม

“คริสน่ะ เขามาช่วยฉันถือของ”

“ใจดีเน้อออออ” คนตัวเล็กลากเสียงยาว มองหน้าผมอย่างมีเลสนัย ผมก็ได้แต่ยิ้มตอบกลับไป

“อะไรของแกวะ แบคฮยอน”

“เปล๊าาาาา ... เอาเหอะๆๆๆ เอาของไปเก็บก่อนปะ ฉันรอตรงนี้นะ”

“อื้อๆ”

แล้วผมกับชานยอลก็เอากล่องมาเก็บไว้ที่ห้องสโมสรคณะศิลปกรรม จากนั้นก็เดินมาหาแบคฮยอนที่หน้าคณะ

“ไง คยองซู” ชานยอลทักทายเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่กับแบคฮยอน

“ไงๆ แล้วนั่นใครอ่ะ”

“นี่คริส เขามาช่วยฉันถือของ แล้วเขาบอกว่าจะพาเราเดินรอบๆ งานคณะนิเทศฯ ด้วย ... คริส นี่แบคฮยอน กับคยองซู เพื่อนผมเอง”  

ผม กับคยองซู ได้แต่ยิ้ม และก้มหัวให้กัน ส่วนแบคฮยอน รายนั้นได้แต่หรี่ตามมองผม
... คือผมมีอะไรน่าสงสัยใช่ไหม หรือเขารู้ว่าผมจะจีบเพื่อนเขา ฮ่า ๆ

“ชานยอล แกเดินกับคริสไปเหอะ ฉันไปเดินกับคยองซูเอง” แบคฮยอนเป็นคนพูดขึ้น หลังจากเขามองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

“อ้าว ทำไมงั้นล่ะ ฉันอยากเดินกับพวกแกนะ”

“เอาเหอะ ฉันว่า บางคนเขาอยากเดินกับแกแค่สองคนมากกว่า” พูดเสร็จ แบคฮยอนก็ลากคยองซูเดินหนีไป ส่วนคยองซูก็ได้แต่ทำตาโต สงสัย เพื่อนทั้งสองคน ...

“อ้าวเห้ย แบคฮยอน ... อะไรวะ”

“เอ่อออออ ผมทำให้พวกคุณงอนกันหรือเปล่า”

“อ่า ไม่หรอกฮะ มันก็บ้าๆ บวมๆ แบบนี้แหละ ผมไปกับคุณก็ได้ คุณอาสาพาผมเดินรอบงานแล้วนี่เนอะ”

“โอเคครับ งั้น เราไปหาอะไรทานกันก่อนไหม จะบ่ายโมงแล้ว”

“ตามสบายเลยฮะ ผมยังไงก็ได้” ชานยอลหันมายิ้มให้ผม ซึ่งผมในจุดๆ นั้นก็พังไปตามระเบียบ
สุดท้าย ผมก็พาชานยอลไปซื้อของกิน ในซุ้มสาขาของตัวเอง เจอเพื่อนแซวบ้างเล็กน้อย แต่ผมโคตรมีความสุขเลย

จากนี้ต่อไป ไม่รู้ว่าผมกับชานยอล จะมีสถานะแบบไหน ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ ผมชอบผู้ชายคนนี้มากขึ้นๆ จนไม่อาจละสายตาไปมองคนอื่นได้อีก ...



END

*เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน อาจมีภาษาวิบัติบ้าง ... ให้ลองนึกถึงเวลาพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน